20 ศัพท์เทคนิคที่นักเทรดควรรู้ก่อนเริ่มใช้งานแอปซื้อหุ้น

การเริ่มต้นลงทุนผ่านแอปซื้อหุ้น นอกจากต้องเข้าใจการลงทุนเบื้องต้นแล้ว “ศัพท์เทคนิค” คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณอ่านหน้าจอกราฟ คำสั่งซื้อขาย และข้อมูลตลาดได้อย่างเข้าใจ ไม่งงเวลาเห็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่โผล่มาเต็มแอปซื้อหุ้น วันนี้เรารวบรวม 20 ศัพท์พื้นฐานที่นักเทรดมือใหม่ควรรู้ไว้ก่อนลงสนามจริง

  1. Bid / Ask
  • Bid คือราคาที่ “ผู้ซื้อ” เสนอซื้อ
  • Ask (หรือ Offer) คือราคาที่ “ผู้ขาย” ต้องการขาย
    ช่องว่างระหว่างสองค่านี้เรียกว่า Bid-Ask Spread ซึ่งสะท้อนถึงสภาพคล่องของหุ้นนั้น ๆ
  1. Volume

หมายถึง “ปริมาณการซื้อขาย” หรือจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่ง ยิ่ง Volume สูง แปลว่าหุ้นนั้นมีการเคลื่อนไหวมาก นักลงทุนสนใจเยอะ

  1. Market Order

คำสั่งซื้อขายที่ส่งด้วยราคาตลาด ณ ขณะนั้น ระบบจะจับคู่ทันทีโดยไม่เลือกว่าราคาเท่าไร เหมาะกับคนที่อยากได้หุ้นตอนนี้เลย

  1. Limit Order

คำสั่งซื้อขายแบบ “ตั้งราคาเอง” เช่น อยากซื้อหุ้น A ราคาไม่เกิน 50 บาท ก็สามารถตั้ง Limit Order ที่ 50 บาทไว้ได้

  1. Stop Loss

ระบบขายอัตโนมัติเพื่อตัดขาดทุน เช่น ตั้ง Stop Loss ที่ 10% หมายความว่าหากราคาหุ้นลดลงถึงจุดนั้น ระบบจะขายทันทีเพื่อลดความเสียหาย

  1. Take Profit

ตรงข้ามกับ Stop Loss ใช้สำหรับขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นถึงระดับที่ตั้งไว้ เช่น ขึ้นถึง 20% ก็ขายอัตโนมัติ

  1. Portfolio

พอร์ตการลงทุนรวมทั้งหมดของคุณ ทั้งหุ้น กองทุน และสินทรัพย์อื่น ใช้สำหรับดูภาพรวมผลตอบแทน

  1. Diversification

กลยุทธ์กระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยง เช่น ถือทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และกองทุนรวม

  1. Index

ดัชนีตลาดหุ้น เช่น SET Index, NASDAQ, S&P 500 ใช้เป็นตัวชี้วัดทิศทางตลาดโดยรวม

  1. ETF (Exchange-Traded Fund)

กองทุนรวมที่สามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้น มีข้อดีคือค่าธรรมเนียมต่ำและกระจายความเสี่ยงได้ดี

  1. IPO (Initial Public Offering)

การเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนมักมองเป็นโอกาสลงทุนต้นทาง

  1. P/E Ratio

อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio) ใช้วัดว่าหุ้นตัวนั้น “แพงหรือถูก” เมื่อเทียบกับกำไรของบริษัท

  1. Dividend Yield

อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อราคาหุ้น เป็นตัวบอกว่าหุ้นนี้จ่ายปันผลดีแค่ไหน

  1. Bull Market

ตลาดขาขึ้นที่ราคาหุ้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน

  1. Bear Market

ตลาดขาลง ราคาหุ้นตกต่อเนื่อง นักลงทุนมักถือเงินสดหรือลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน

  1. Volatility

ความผันผวนของราคา ยิ่งสูง ยิ่งหมายถึงหุ้นตัวนั้นเปลี่ยนแปลงราคาเร็วและแรง

  1. Margin Trading

การยืมเงินจากโบรกเกอร์มาเทรดหุ้น เพื่อเพิ่มกำไร (แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้วยเช่นกัน)

  1. Short Selling

กลยุทธ์ “ขายก่อนซื้อทีหลัง” เพื่อทำกำไรจากการคาดว่าหุ้นจะตก เหมาะกับนักเทรดขั้นสูงเท่านั้น

  1. Chart Pattern

รูปแบบกราฟที่นักเทคนิคใช้วิเคราะห์แนวโน้ม เช่น Head & Shoulders, Double Top, Triangle เป็นต้น

  1. Technical Indicators

เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้ม เช่น MACD, RSI, Moving Average ใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อขายในแอปซื้อหุ้น

 

การรู้คำศัพท์เหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญของนักลงทุนยุคดิจิทัล เพราะทุกแพลตฟอร์มแอปซื้อหุ้นล้วนใช้คำศัพท์มาตรฐานเดียวกัน การเข้าใจแต่ละคำจะช่วยให้คุณอ่านหน้าจอกราฟ สั่งซื้อ–ขาย และวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ก่อนจะเริ่มเทรดจริง อย่าลืมลองใช้งานโหมดจำลอง (Demo) ของแอปซื้อหุ้นต่าง ๆ เพื่อฝึกใช้คำสั่งเหล่านี้ให้คล่อง เพราะในโลกของการลงทุน “ความเข้าใจ” คืออาวุธที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว