ลดหย่อนภาษีคุ้ม ๆ ทําประกันชีวิตแบบไหนดี ? สรุปมาให้แล้ว

เมื่อช่วงปลายปีใกล้เข้ามา สิ่งหนึ่งที่คนทำงานออฟฟิศ ฟรีแลนซ์ หรือผู้มีรายได้ทุกคนต้องเริ่มขยับตัวก็คือ “การวางแผนลดหย่อนภาษี” ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือยอดฮิตตลอดกาลที่ช่วยทั้งเซฟเงินในกระเป๋าและสร้างความอุ่นใจให้ชีวิตก็คือการทำประกันภัย แต่สำหรับมือใหม่หรือใครที่กำลังมองหาเล่มแรก อาจจะเกิดความสับสนและตั้งคำถามกับตัวเองว่าทําประกันชีวิตแบบไหนดีที่จะช่วยให้เราได้ประโยชน์สูงสุด ทั้งเรื่องภาษีและการออมเงิน วันนี้เราคัดเนื้อ ๆ สรุปเน้น ๆ มาให้ตัดสินใจกันง่ายขึ้น

1.ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เน้นออมเงิน ปลอดภัย ได้เงินคืนแน่นอน

ถ้าคุณเป็นสายเซฟ ชอบความชัวร์ และอยากได้เงินก้อนกลับมาในระยะเวลาที่ชัดเจน ประกันรูปแบบนี้คือคำตอบ ประกันสะสมทรัพย์จะให้เราส่งเบี้ยประกันตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 5 ปี 10 ปี หรือ 15 ปี โดยระหว่างทางอาจจะมีเงินคืนเป็นงวด ๆ และเมื่อครบสัญญาก็จะได้รับเงินก้อนใหญ่กลับคืนไป

  • การลดหย่อนภาษี: สามารถนำเบี้ยประกันไปหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
  • กลุ่มที่เหมาะสม: คนที่อยากออมเงินอย่างมีวินัย ความเสี่ยงต่ำ และต้องการผลตอบแทนที่แน่นอนเพื่อใช้เป็นเงินทุนในอนาคตระยะสั้นถึงปานกลาง

สำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นวางแผนภาษีและยังไม่แน่ใจว่าควรจะเลือกทําประกันชีวิตแบบไหนดี ? แบบสะสมทรัพย์ถือเป็นตัวเลือกที่เข้าใจง่ายที่สุดและเริ่มต้นได้ทันที

2.ประกันชีวิตแบบบำนาญ ดีไซน์ชีวิตวัยเกษียณ ลดหย่อนได้จัดเต็ม

มองการณ์ไกลไปถึงอนาคตตอนที่หยุดทำงาน หากอยากมีเงินโอนเข้าบัญชีใช้จ่ายสบาย ๆ ทุกเดือน ประกันชีวิตแบบบำนาญคือสิ่งที่คุณกำลังมองหา รูปแบบคือเราจะส่งเบี้ยประกันไปจนถึงอายุที่กำหนด เช่น 55 ปี หรือ 60 ปี หลังจากนั้นบริษัทประกันจะจ่ายเงินคืนให้เราเป็นรายปีหรือรายเดือนต่อเนื่องไปจนถึงอายุ 85 หรือ 90 ปี

  • การลดหย่อนภาษี: ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาท
  • กลุ่มที่เหมาะสม: คนที่ต้องการสร้างหลักประกันรายได้หลังเกษียณ และคนที่มีฐานภาษีสูงที่ต้องการวงเงินลดหย่อนเพิ่มเติมเพื่อช่วยให้ได้เงินคืนภาษีมากขึ้น

หากคุณมีเป้าหมายระยะยาวและกำลังพิจารณาว่าทําประกันชีวิตแบบไหนดีเพื่อช่วยลดภาษีให้ได้มากที่สุดในแต่ละปี ประกันบำนาญคือเครื่องมือบริหารเงินที่ทรงประสิทธิภาพมาก

3 เทคนิคเช็กตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อประกัน

เพื่อให้ได้ประกันชีวิตที่คุ้มค่าและไม่กลายเป็นภาระหนักในภายหลัง ควรพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลักดังนี้

  • ประเมินฐานภาษีและวงเงินที่ขาด: ตรวจสอบรายได้ทั้งปีเพื่อดูว่าเราอยู่ฐานภาษีเท่าไหร่ และต้องการสิทธิลดหย่อนเพิ่มอีกจำนวนเท่าใด เพื่อจะได้เลือกแบบประกันและจำนวนเบี้ยที่เหมาะสม
  • คำนวณความสามารถในการจ่ายเบี้ย: ประกันชีวิตเป็นเรื่องของระยะยาว ควรเลือกจ่ายเบี้ยในระดับที่ไม่กระทบกับสภาพคล่อง หรือไม่เกิน 10 ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ต่อปี
  • เลือกให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเงิน: ชัดเจนกับตัวเองว่าต้องการเงินก้อนในอีก 10 ปีข้างหน้า หรือต้องการเงินรายเดือนตอนอายุ 60 ปี

การวิเคราะห์ความต้องการของตัวเองอย่างถี่ถ้วน จะช่วยให้คุณตอบคำถามได้ทันทีว่าทําประกันชีวิตแบบไหนดีโดยไม่ต้องหลงไปกับคำโฆษณาที่อาจจะไม่ตอบโจทย์ชีวิตจริง

การเลือกประกันชีวิตเพื่อลดหย่อนภาษีไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด สิ่งสำคัญคือการบาลานซ์ระหว่างความคุ้มครอง ผลตอบแทน และความสามารถในการส่งเบี้ยประกันในระยะยาว สุดท้ายแล้วคำถามที่ว่าทําประกันชีวิตแบบไหนดีจึงไม่มีคำตอบที่ถูกต้องที่สุดสำหรับทุกคน แต่แบบที่ดีที่สุดคือแบบที่ตรงกับแผนการเงินและไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด ได้ทั้งประหยัดภาษี ได้ทั้งความอุ่นใจในอนาคต