เก็บเงินไม่อยู่ ใช้หมด เอาไปซื้อทองดีไหม เสี่ยงหรือเปล่า ?

ปัญหาโลกแตกของหลายคนคือ เงินเข้าแล้วหาย ไม่ว่าจะตั้งใจแค่ไหน สุดท้ายก็มีเรื่องให้ต้องใช้จน เก็บเงินไม่อยู่ บางคนใช้วิธีฝากประจำ บางคนซ่อนไว้ใต้ที่นอน แต่เทคนิคการเก็บเงินที่เหมาะกับแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่มีปัญหาเก็บเงินไม่อยู่ ซื้อทองก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเหมือนเป็นการบังคับตัวเองให้ออมในรูปแบบที่เอาออกมาใช้ยากขึ้น

แต่การเลือกวิธีซื้อทอง เพื่อแก้ปัญหาเก็บเงินไม่อยู่ เป็นการตัดสินใจที่มีทั้งข้อดีและความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน

1.ขายคืนง่ายแค่ไหน ?

หากเก็บเงินไม่อยู่สิ่งที่ต้องคิดหากเลือกซื้อทอง คือทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงก็จริง แต่การเปลี่ยนมันกลับมาเป็นเงินสดมันไม่ได้ง่ายเหมือนกดโอนเงินจากบัญชีมือถือ และที่สำคัญกว่าคือถ้าต้องใช้เงินด่วนจริง ๆ และต้องขายทองทันที เราอาจขาดทุนได้ง่าย ๆ

  • ค่ากำเหน็จ ถ้าเลือกซื้อทองรูปพรรณเพื่อแก้ปัญหา เก็บเงินไม่อยู่ เวลาขายคืนเราจะถูกหัก “ค่ากำเหน็จ” ซึ่งเป็นต้นทุนที่จ่ายไปตั้งแต่ตอนซื้อ ทำให้มูลค่าที่ได้คืนมาน้อยกว่าที่จ่ายไปเสมอ
  • ช่วงเวลาขาย ถ้าเราต้องขายทองในช่วงที่ราคาทองคำในตลาดโลกกำลังปรับตัวลง นั่นหมายถึงเรากำลังขาดทุนจากเงินออมที่ตั้งใจเก็บมาตั้งแต่แรก ถ้ายัง เก็บเงินไม่อยู่ และต้องใช้เงินบ่อย ๆ อาจจะเจอวงจรซื้อแพงขายถูกซ้ำ ๆ ได้

2.ความผันผวนของราคา การออมที่เสี่ยงติดดอย 

ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมาก ราคาขึ้นลงตามเศรษฐกิจโลกและค่าเงินดอลลาร์ หากเก็บเงินไม่อยู่แล้วอยากซื้อทองแทน อาจจะไม่ได้หมายความว่ามูลค่าเงินของเราจะเพิ่มขึ้นเสมอไป

  • จุดเข้าซื้อที่สำคัญ การซื้อทองในจังหวะที่ราคาอยู่สูง (เรียกว่า “ติดดอย”) จะทำให้เงินออมของเราถูกล็อกไว้โดยมีมูลค่าลดลงชั่วคราว ถ้าเราเก็บเงินไม่อยู่ แล้วทยอยซื้อทองเรื่อย ๆ โดยไม่ดูราคาเลย เรากำลังเพิ่มความเสี่ยงทางการเงินให้ตัวเอง
  • ความเครียดในการติดตามราคา การออมเงินที่ดีควรทำให้เราสบายใจ ไม่ใช่ต้องมานั่งเฝ้าราคาทองทุกวัน ถ้าพบว่าต้องเช็กราคาทุกครั้งที่ต้องการขาย นั่นแปลว่าการซื้อทองได้สร้างความเครียดด้านการลงทุนให้เรามากกว่าการออมแบบเดิม

3.ต้นทุนในการเก็บรักษา 

ถ้าเก็บเงินไม่อยู่แล้วตัดสินใจซื้อทองแล้ว ปัญหาที่ตามมาคือเราต้องหาวิธีเก็บรักษาที่ปลอดภัย ซึ่งไม่ใช่ต้นทุนที่เป็นตัวเงินโดยตรง แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ

  • ความเสี่ยงในการสูญหาย/ถูกโจรกรรม ยิ่งทองมีมูลค่ามากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะถูกโจรกรรมก็สูงขึ้น ถ้าเราไม่ได้ฝากไว้ที่ธนาคารหรือในตู้นิรภัยที่ปลอดภัย ก็ต้องแลกมาด้วยความกังวล
  • การซื้อทองดิจิทัล บางคนเลือกซื้อทองผ่านแอปฯ หรือทองคำแท่งแบบมีใบรับรอง ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องการเก็บรักษา แต่ก็ต้องแลกมากับค่าธรรมเนียมการซื้อขายหรือการฝากเก็บที่อาจสูงกว่าการซื้อทองจริง ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มต้นทุนให้กับการแก้ปัญหา เก็บเงินไม่อยู่

หากเก็บเงินไม่อยู่แล้วตัดสินใจซื้อทองเพื่อแก้ปัญหา ก็เป็นทางออกที่ช่วยบังคับให้เราออมได้จริง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและความผันผวนของราคา ต้องพิจารณาให้ดีว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินฉุกเฉินหรือเงินที่พร้อมจะลงทุนระยะยาว