
การเริ่มต้นลงทุนผ่านแอปซื้อหุ้น นอกจากต้องเข้าใจการลงทุนเบื้องต้นแล้ว “ศัพท์เทคนิค” คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณอ่านหน้าจอกราฟ คำสั่งซื้อขาย และข้อมูลตลาดได้อย่างเข้าใจ ไม่งงเวลาเห็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่โผล่มาเต็มแอปซื้อหุ้น วันนี้เรารวบรวม 20 ศัพท์พื้นฐานที่นักเทรดมือใหม่ควรรู้ไว้ก่อนลงสนามจริง
- Bid / Ask
- Bid คือราคาที่ “ผู้ซื้อ” เสนอซื้อ
- Ask (หรือ Offer) คือราคาที่ “ผู้ขาย” ต้องการขาย
ช่องว่างระหว่างสองค่านี้เรียกว่า Bid-Ask Spread ซึ่งสะท้อนถึงสภาพคล่องของหุ้นนั้น ๆ
- Volume
หมายถึง “ปริมาณการซื้อขาย” หรือจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่ง ยิ่ง Volume สูง แปลว่าหุ้นนั้นมีการเคลื่อนไหวมาก นักลงทุนสนใจเยอะ
- Market Order
คำสั่งซื้อขายที่ส่งด้วยราคาตลาด ณ ขณะนั้น ระบบจะจับคู่ทันทีโดยไม่เลือกว่าราคาเท่าไร เหมาะกับคนที่อยากได้หุ้นตอนนี้เลย
- Limit Order
คำสั่งซื้อขายแบบ “ตั้งราคาเอง” เช่น อยากซื้อหุ้น A ราคาไม่เกิน 50 บาท ก็สามารถตั้ง Limit Order ที่ 50 บาทไว้ได้
- Stop Loss
ระบบขายอัตโนมัติเพื่อตัดขาดทุน เช่น ตั้ง Stop Loss ที่ 10% หมายความว่าหากราคาหุ้นลดลงถึงจุดนั้น ระบบจะขายทันทีเพื่อลดความเสียหาย
- Take Profit
ตรงข้ามกับ Stop Loss ใช้สำหรับขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นถึงระดับที่ตั้งไว้ เช่น ขึ้นถึง 20% ก็ขายอัตโนมัติ
- Portfolio
พอร์ตการลงทุนรวมทั้งหมดของคุณ ทั้งหุ้น กองทุน และสินทรัพย์อื่น ใช้สำหรับดูภาพรวมผลตอบแทน
- Diversification
กลยุทธ์กระจายการลงทุนในหลายสินทรัพย์เพื่อลดความเสี่ยง เช่น ถือทั้งหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และกองทุนรวม
- Index
ดัชนีตลาดหุ้น เช่น SET Index, NASDAQ, S&P 500 ใช้เป็นตัวชี้วัดทิศทางตลาดโดยรวม
- ETF (Exchange-Traded Fund)
กองทุนรวมที่สามารถซื้อขายได้เหมือนหุ้น มีข้อดีคือค่าธรรมเนียมต่ำและกระจายความเสี่ยงได้ดี
- IPO (Initial Public Offering)
การเสนอขายหุ้นครั้งแรกของบริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นักลงทุนมักมองเป็นโอกาสลงทุนต้นทาง
- P/E Ratio
อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio) ใช้วัดว่าหุ้นตัวนั้น “แพงหรือถูก” เมื่อเทียบกับกำไรของบริษัท
- Dividend Yield
อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลต่อราคาหุ้น เป็นตัวบอกว่าหุ้นนี้จ่ายปันผลดีแค่ไหน
- Bull Market
ตลาดขาขึ้นที่ราคาหุ้นโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- Bear Market
ตลาดขาลง ราคาหุ้นตกต่อเนื่อง นักลงทุนมักถือเงินสดหรือลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยแทน
- Volatility
ความผันผวนของราคา ยิ่งสูง ยิ่งหมายถึงหุ้นตัวนั้นเปลี่ยนแปลงราคาเร็วและแรง
- Margin Trading
การยืมเงินจากโบรกเกอร์มาเทรดหุ้น เพื่อเพิ่มกำไร (แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงด้วยเช่นกัน)
- Short Selling
กลยุทธ์ “ขายก่อนซื้อทีหลัง” เพื่อทำกำไรจากการคาดว่าหุ้นจะตก เหมาะกับนักเทรดขั้นสูงเท่านั้น
- Chart Pattern
รูปแบบกราฟที่นักเทคนิคใช้วิเคราะห์แนวโน้ม เช่น Head & Shoulders, Double Top, Triangle เป็นต้น
- Technical Indicators
เครื่องมือวิเคราะห์แนวโน้ม เช่น MACD, RSI, Moving Average ใช้ประกอบการตัดสินใจซื้อขายในแอปซื้อหุ้น
การรู้คำศัพท์เหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญของนักลงทุนยุคดิจิทัล เพราะทุกแพลตฟอร์มแอปซื้อหุ้นล้วนใช้คำศัพท์มาตรฐานเดียวกัน การเข้าใจแต่ละคำจะช่วยให้คุณอ่านหน้าจอกราฟ สั่งซื้อ–ขาย และวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ก่อนจะเริ่มเทรดจริง อย่าลืมลองใช้งานโหมดจำลอง (Demo) ของแอปซื้อหุ้นต่าง ๆ เพื่อฝึกใช้คำสั่งเหล่านี้ให้คล่อง เพราะในโลกของการลงทุน “ความเข้าใจ” คืออาวุธที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว




