เครดิตบูโรคืออะไร มีความสำคัญยังไง?



เครดิตบูโรคืออะไร ?

ว่ากันว่า เครดิตบูโร คือข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ของแต่ละคน ซึ่งตัวข้อมูลนี้จะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด โดยแบ่งการจัดเก็บข้อมูลนี้ออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวตนของลูกค้า และข้อมูลด้านสินเชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวงเงินก้อนโต บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ฯลฯ ที่สถาบันการเงินอนุมัติให้ รวมถึงประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าด้วย

ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะมีบัตรเครดิตมาแล้วกี่ใบ ใช้บัตรกดเงินสดไปกี่ครั้ง หรือขอสินเชื่อต่างๆ ไปแล้วกี่หน มีพฤติกรรมการชำระหนี้อย่างไรบ้าง เป็นคนที่จ่ายตรงเวลา หรือค้างชำระบ่อย พฤติกรรมเหล่านี้ ล้วนแต่จะถูกเก็บบันทึกไว้ที่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทั้งหมด

เปรียบง่ายๆ ให้เห็นภาพว่า เครดิตบูโร ก็เหมือนสมุดพกวัยเยาว์ที่มีครูมาจดบันทึกพฤติกรรมรายงานผู้ปกครองนั่นแหละ เพียงแต่รอบนี้เค้าไม่ได้รายงานให้พ่อแม่เรารู้ แต่บันทึกเป็นรายงานพฤติกรรมการชำระเงิน (หนี้) ให้กับสถาบันการเงินต่างๆ ที่คุณจะไปขอทำธุรกรรมทางการเงินด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อต่างๆ ที่คุณต้องการ

ดังนั้น ถ้าคุณมีพฤติกรรมการชำระเงินแบบไม่ค่อยน่ารักเท่าไร จ่ายบ้าง ไม่จ่ายบ้าง หรือจ่ายคืนเพียงแต่ยอดขั้นต่ำตลอด แน่นอนว่า ข้อมูลเหล่านี้ย่อมได้รับการบันทึกไว้เป็นรายงานให้กับธนาคาร สถาบันการเงิน รวมถึงบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อที่คุณจะไปติดต่อขอใช้บริการ เพื่อประเมินถึงความสามารถในการชำระเงินคืนของคุณ

ด้วยเหตุนี้ เครดิตบูโร จึงมีความสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ แต่ยังช่วยปกป้องเงินฝากแก่ธนาคาร สถาบันการเงิน และบริษัทผู้ปล่อยสินเชื่อต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ หนี้กองทุนฯ ซึ่งย่อมากจาก กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

ยกตัวอย่างหากมีวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น

คุณมีเงินฝากที่ธนาคาร 100 บาท และธนาคารได้นำเงินก้อนนี้ไปปล่อยกู้ให้อีกคนหนึ่ง

แต่ธนาคารรู้จักคนกู้ไม่มากพอ ไม่มีข้อมูลในการพิจารณาปล่อยกู้ จึงทำให้การปล่อยกู้เสียหายไป 60 บาท

ฉะนั้น ก็จะทำให้มีเงินกลับมาที่ธนาคารเพียง 40 บาท แต่ธนาคารยังต้องให้คุณ 100 บาท เท่าเดิม

ส่วนที่ขาดหายไปตรงนี้ ธนาคารก็จำเป็นจะต้องยื่นเรื่องแจ้งไปที่ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพื่อหาวิธีช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ เป็นต้น ฉะนั้น เครดิตบูโร จึงมีหน้าที่สำคัญทั้งในแง่การป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับธนาคาร และผู้ฝากเงินด้วย

แต่ละตัวเลข เครดิตบูโรคืออะไร บอกสถานะการชำระหนี้ได้อย่างไร
10 คือ มีการชำระสินเชื่อตามปกติ จ่ายครบ จ่ายตรงตามเงื่อนไข ไม่มียอดค้างชำระ หรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

11 คือ ปิดบัญชีสินเชื่อแล้ว ไม่มีหนี้ค้าง

12 คือ การพักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ ซึ่งก็หมายถึง เคยมียอดค้างชำระ แต่ปัจจุบันได้เข้าโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐ จึงทำให้สถานะ = ไม่เป็นการค้างชำระ

20 คือ หนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หมายถึง มีการค้างชำระในอดีต และปัจจุบันก็ยังคงค้างชำระอยู่ ถือเป็นสถานะที่ส่งผลเสียต่อลูกหนี้ในการขอสินเชื่อต่อไป

ตรวจเช็กเครดิตบูโรของตัวเอง มีแต่ได้กับได้



  • ตัวช่วยประเมินโอกาสในการขอสินเชื่อ ไม่ว่าจะขอกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ สมัครบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ คุณสามารถตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเองก่อนได้ว่า จะมีโอกาสกู้ผ่านมากน้อยแค่ไหน หากข้อมูลเครดิตบูโรของคุณ ยังมีเลข 20 ซึ่งหมายถึง มีหนี้ค้างชำระอยู่หลายบัญชี ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า ธนาคารอาจจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้ เพราะเมื่อพิจารณาข้อมูลจากเครดิตบูโรของคุณแล้ว ตัวเลขนี้สื่อให้เห็นว่าคุณมีแนวโน้มหาเงินมาจ่ายหนี้ก้อนใหม่ไม่ไหว
  • ใช้เอกสารสำคัญประกอบการสมัครงาน ต้องบอกก่อนว่าเป็นในบางสายงานเท่านั้น ที่จะขอดูข้อมูลเครดิตบูโร เพื่อตรวจสอบความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งในบางตำแหน่งงาน อาจจะถูกขอให้แสดงเครดิตบูโรของตนเอง เพื่อประกอบการพิจารณาเข้าทำงานได้
  • เปิดโอกาสให้รู้สถานะการเงินของตัวเอง การเช็กเครดิตบูโรของตัวเองมีความสำคัญที่ช่วยให้รู้ว่า สถานะทางการเงินของเราเป็นอย่างไร จึงช่วยให้เราสามารถวางแผนเกี่ยวกับการเงินของตัวเองได้ ถ้าเรามีหนี้อยู่ ตอนนี้เรามีหนี้ก้อนไหนบ้าง แล้วประวัติการชำระหนี้เราดีหรือเปล่า บัญชีที่ปิดหนี้ไปครบแล้วมียอดเป็น 0 แล้วหรือยัง ที่สำคัญคืออย่าลืมเช็กประวัติการค้างชำระด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะหากไม่ถูกต้อง เราสามารถขอแก้ไขได้
  • ช่วยป้องกันการเป็นหนี้ที่เราไม่ได้ก่อ เพราะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า มีใครแอบอ้างนำข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะสำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารการเงินต่าง ๆ ไปแอบอ้างเพื่อขอสินเชื่อกับธนาคาร หรือสถาบันการเงินใดๆ หรือไม่ จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องการเกิดหนี้จากมิจฉาชีพ

ตรวจเช็กเครดิตบูโรได้ที่ไหนบ้าง

กรุงเทพฯ และปริมณฑล (รอรับได้ภายใน 15 นาที ค่าบริการ 100 บาท)

1. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่
อาคาร 2 ชั้น 2 เลขที่ 63 ถนนพระราม 9 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00- 16.30 น. หยุดวันนักขัตฤกษ์

2. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร อาคารเพิร์ล แบงก์ค็อกชั้น 3 (โซนธนาคาร) (BTS อารีย์ ทางออก 1)
เวลาทำการ: จันทร์- ศุกร์ เวลา 9.00 น.- 18.00 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์

3. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร- สถานีรถไฟฟ้า BTS ศาลาแดง (ภายในสถานี)
เวลาทำการ: จันทร์-วันศุกร์ เวลา 9.00 น.- 18.00 น. หยุดวันหยุดนักขัตฤกษ์

4. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร- สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ภายในสถานี)
เวลาทำการ: จันทร์-ศุกร์ เวลา 9.00 น.- 18.00 น.

5. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร- สถานีรถไฟฟ้า BTS หมอชิต (ภายในสถานี)
เวลาทำการ: จันทร์-วันอาทิตย์ เวลา 9.00 น.- 18.00 น

6. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร- ห้างเจเวนิว (นวนคร) ชั้น 3 ติดประกันสังคม
เวลาทำการ: จันทร์ – อาทิตย์ เวลา 9.00 น. – 18.00 น.

7. ธนาคาร CITI เดอะมอลล์ บางกะปิ และ UOB ห้างเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต บางใหญ่
เวลาทำการ: เสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.00 – 18.00 น.

กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด (ส่งรายงานกลับไปให้ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ค่าบริการ 150 บาท)

เคาน์เตอร์ธนาคาร

  • ธนาคารธนชาติ
  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารอาคารสงเคราะห์
  • ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์
  • ธนาคารกรุงศรี
  • ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์

Mobile Banking

  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารธนชาติ
  • TMB Touch ธนาคารทหารไทย
  • KKP-eBanking ธนาคารเกียรตืนาคิน

ตู้ ATM

  • ธนาคารกรุงไทย
  • ธนาคารไทยพาณิชย์

ที่ทำการไปรษณีย์ไทย 291 สาขาทั่วประเทศ



โพสอื่นๆ