ติดหนี้บัตรเครดิต ไม่มีเงินจ่ายบัตรเครดิต จะโดนอะไรบ้าง

การเป็นหนี้บัตรเครดิตนั้นเป็นเรื่องที่หนักหนาเอาการอยู่เหมือนกัน เพราะว่าหนี้บัตรเครดิตนั้นมักจะมีดอกเบี้ยสูงกว่าหนี้ชนิดอื่นพอสมควร (ตกที่ประมาณ 20% ขึ้นไปเลยทีเดียว) ทีนี้หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน ยังคงใช้บัตรเครดิตแบบไม่ระวังอยู่ก็จะเกิดการทบต้นทบดอก จนเป็นดินพอกหางหมูจ่ายไม่ไหว และเมื่อเป็นแบบนี้หลายคนมักจะหาวิธีเลี่ยงการจ่ายหนี้ไปซะดื้อๆ แต่บอกเลยว่าไม่ควรทำ เพราะการเบี้ยวหนี้บัตรเครดิต จะทำให้คุณโดนเรื่องแย่ๆ ดังนี้ครับ

ถ้าไม่จ่ายหนี้บัตรเครดิต จะโดนอะไรบ้าง

โดนทวงหนี้ เจอกันทุกคนสำหรับคนที่เบี้ยวหนี้ครับ อาการแรกอาจจะเริ่มทวงแบบเบาๆ ก่อน จากนั้นจะหนักข้อมากขึ้นถึงขนาดโทรหาเจ้าของบัตรถี่ๆ เลยทีเดียว และไม่เลือกเวลาด้วย จะอยู่บ้านหรืออยู่ที่ทำงาน ทำธุระอะไรอยู่โดนหมด ซึ่งผลที่ตามมาคือทำให้เกิดอาการเครียด เสียสุขภาพจิตนั่นเอง บางคนถึงกับเป็นโรคประสาทไปเลยก็มี

เสียประวัติ หากเราเบี้ยวหนี้ไม่จ่ายเกิน 3 เดือน หนี้ดังกล่าวจะกลายเป็นหนี้เสีย และชื่อของเราก็จะติดเครดิตบูโรทันที ซึ่งจะทำให้เรากลายเป็นคนมีประวัติเสียด้านหนี้สินทันที ส่งผลกระทบทำให้กู้เงินยาก (หรือไม่ได้เลย) การผ่อนบ้าน ผ่อนรถต่างๆ ก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน เอาง่ายๆ คือ ธนาคารหรือสถาบันการเงินต่างๆ จะไม่พิจารณาให้กู้กับคนที่มีประวัติเสียด้านการเงิน หนี้สิน ดังนั้นคนที่คิดจะเบี้ยวควรคำนึงถึงจุดนี้ก่อน อย่าเอาอนาคตของคุณมาแลกเลย

โดนฟ้องแพ่ง หากธนาคารไม่สามารถตามหนี้ระยะหนึ่ง จะเริ่มมีการฟ้องศาล ซึ่งคดีหนี้บัตรเครดิต เป็นคดีแพ่ง ไม่จำเป็นจะต้องติดคุก แต่จะเสียเวลาในการเดินทางมาศาลตามที่ศาลนัด นอกจากนั้นก็ยังมีค่าใช้จ่ายในการสู้คดี เช่น ค่าทนาย ค่าเดินทางมาศาล ฯลฯ นอกจากนั้นแล้วเมื่อเราแพ้คดี ศาลสามารถสั่งให้ยุดทรัพย์หรืออายัดเงินเดือนของเราได้อีกด้วย ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เรียกได้ว่าไม่คุ้มเลย กับการเบี้ยวหนี้

โดนหักบัญชีจากธนาคารเจ้าหนี้ สำหรับท่านที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ไม่ควรเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารเจ้าหนี้ เพราะว่าอาจจะมีข้อตกลงในสัญญาว่าสามารถหักเงินขชองลูกหนี้จากบัญชีเงินฝากได้เช่นกัน

ทายาทโดนฟ้องร้อง ในกรณีที่ลูกหนี้เสียชีวิตไป ถึงแม้ว่าคุณจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม อย่าคิดว่าจะรอดพ้นนะครับ เพราะว่าธนาคารจะมีการติดตามฟ้องร้องเอากับทายาทของคุณอยู่ดี อย่างไรก็ตามมันก็มีข้อกำหนดในการฟ้องร้องอยู่คือจะต้องฟ้องภายใน 1 ปี หลังจากที่ธนาคารรู้ว่าลูกหนี้เสียชีวิตและจะต้องทำการฟ้องร้องเอากับทายาท ผู้ที่ได้รับมรดกจากลูกหนี้ที่เสียชีวิตเท่านั้น และการรับผิดชอบจะต้องไม่เกินจากมูลค่าของมรดกที่ได้รับครับ

ซื้อของขวัญด้วยบัตรเครดิตอย่างไร ไม่เป็นหนี้

การให้ของขวัญแก่คนที่คุณรัก เนื่องในโอกาสต่างๆ เช่น วันเกิด วันครบรอบ วันปีใหม่ วาเลนไทน์ วันคริสต์มาสต์ ฯลฯ สามารถที่จะเลือกใช้จ่ายโดยการใช้บัตรเครดิตได้ เนื่องจากโอกาสเหล่านี้บางครั้งก็เป็นช่วงกลางเดือนที่หลายๆ คนนั้นหมุนเงินได้ยาก ดังนั้นการนำเอาบัตรเครดิตมาใช้จ่ายในการซื้อของขวัญก่อนน่าจะเป็นทางเลือกที่ดี แต่เราจะใช้ยังไงนะไม่ให้เป็นหนี้ วันนี้เรามีเคล็ดลับในการซื้อของขวัญผ่านบัตรเครดิต แบบไม่ต้องเป็นหนี้มาฝากกันจ้า

ซื้อของขวัญด้วยบัตรเครดิตอย่างไร ไม่เป็นหนี้

  1. กำหนดงบประมาณของของขวัญล่วงหน้า แน่นอนว่าการซื้อของขวัญโดยไม่กำหนดงบล่วงหน้า (คือไปตัดสินใจตอนที่จะซื้อแล้ว) อาจจะทำให้เราต้องจ่ายเงินซื้อของขวัญที่ราคาแพงโดยใช่เหตุ ซึ่งจะก่อให้เกิดภาระขึ้นมาเปล่าๆ ดังนั้น ทางที่ดีจึงควรกำหนดงบประมาณของของขวัญไว้ล่วงหน้าก่อน จากนั้นค่อยไปเลือกซื้อหาตามงบที่เราจ่ายไหว ทำแบบนี้จะทำให้ลดความเสี่ยงของภาระหนี้ที่ไม่จำเป็นลงได้
  2. กำหนดของขวัญไปเลย ว่าจะให้ของขวัญแบบไหน กับใคร หากคุณพอจะรู้ถึงความต้องการของผู้รับของขวัญอยู่แล้ว (หรือพอจะคาดเดาได้) ให้ลิสต์รายการออกมาเลยว่า ของขวัญแบบไหนที่จะซื้อให้ และมอบให้ในโอกาสไหน เช่น ซื้อแหวนให้กับแฟนในวันวาเลนไทน์ ซื้อเครื่องเกมให้กับลูกชายในวันเกิด เป็นต้น การกำหนดของที่จะซื้อไปเลยแบบนี้จะช่วยลดเวลา และสามารถมองหาร้านที่มีราคาถูก มีโปรโมชั่นได้ง่าย แต่ของที่ซื้อให้ควรเป็นของที่อยู่ในงบประมาณ ตามข้อ (1) ครับ
  3. อย่าลืมเช็คแต้ม หรือคะแนนที่มีอยู่ หลังการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านบัตรเครดิต โดยเฉพาะแต้มประเภทที่สามารถนำไปแลกเป็นของรางวัล หรือแกลซื้อสินค้าได้ เพราะเราอาจจะนำเอาของรางวัลที่ได้มาตกแต่ง และห่อเป็นของขวัญซะเลย จะได้ช่วยประหยัด ไม่จำเป็นต้องมีการซื้อซ้ำบ่อยๆ ครับ เพราะของรางวัลที่ใช้แต้มแลกมาพวกนี้ ส่วนมากมักจะเป็นของพรีเมียมอยู่แล้ว รับรองว่าถ้าให้เป็นของขวัญ คนรับต้องถูกใจแน่ๆ
  4. พยายามซื้อของในร้าน ที่มีโปรโมชั่นกับบัตรที่คุณถืออยู่ แน่นอนว่าหากซื้อกับร้านดังกล่าว จะทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่าร้านที่ไม่ได้มีโปรโมชั่นดังกล่าว เป็นต้นว่าของแถม ส่วนลด หรือการสะสมคะแนนเพื่อแลกของรางวัล พูดง่ายๆ คือมันน่าจะคุ้มกว่าการไปซื้อกับร้านอื่นๆ ที่ไม่มีโปรโมชั่นอะไรเลยหรือมีน้อยครับ
  5. ใช้ไปเท่าไหร่ จ่ายคืนเท่านั้น ไม่ว่าจะซื้อของขวัญแบบไหน แต่ให้เราทำการจ่ายคืนเต็มจำนวนทุกครั้ง จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ขึ้นมาเกินความจำเป็น ทีนี้ไม่ว่าโอกาสไหนๆ เราก็สามารถซื้อของขวัญโดยใช้บัตรเครดิตได้อย่างสบายใจแล้วครับ

ใช้บัตรเครดิตอย่างรู้เท่าทัน รู้ถึงข้อดีข้อเสียของบัตรเครดิต

บัตรเครดิต เป็นบัตรที่ธนาคารออกมาเพื่อให้ลูกค้านำเอาไปใช้จ่ายซื้อสินค้าหรือบริการก่อน จากนั้นจึงจะทำการจ่ายคืนทีหลังโดยคิดดอกเบี้ย สำหรับบัตรเครดิตนั้นมักจะมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลด แต้มสะสมเพื่อแลกรับของรางวัลต่างๆ หรือแม้กระทั่งการคืนเงินก็ตาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกว่าเป็นความสะดวกสบายอย่างมากของบัตรเครดิตเลยทีเดียว

สามเหตุที่บัตรเครดิตได้รับความนิยมอีกอย่างหนึ่ง ก็เพราะว่าสามารถใช้ได้หลายทาง ทั้งการซื้อของใช้ในชีวิตประจำวัน กินเที่ยว เล่น ช็อปปิ้ง ฯลฯ เยอะแยะมากมาย เรียกได้ว่ายุคนี้บัตรเครดิต สามารถตอบสนองความต้องการของคุณได้มากขึ้น แทบจะครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์เลยทีเดียว นอกจากนั้นบัตรเครดิตยังเป็นแหล่งใช้จ่ายในยามที่เงินขาดมือได้อีกด้วย เรียกได้ว่ามันกลายเป็นแก้วสารพัดนึกที่อยากจะใช้เมื่อไหร่ยังไงก็ได้

อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรมีความระมัดระวังในการใช้บัตรเครดิต และใช้อย่างรู้เท่าทัน รู้ว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง เพราะการที่มันสามารถดลบันดาลความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้มากจนเกินไปนั้น ก็อาจจะทำให้ผู้ใช้เกิดความเคยชิน และเริ่มใช้ไม่ระวังมากขึ้น ท้ายสุดเมื่อไม่สามารถที่จะจ่ายหนี้ได้แล้ว ก็จะนำมาสู่ความตกต่ำทางการเงินของผู้ใช้นั่นเอง เพราะหนี้ดังกล่าวจะมาพร้อมกับดอกเบี้ยที่คิดในอัตราสุดโหดครับ

อีกอย่างหนึ่งหลายๆ คนเมื่อมีบัตรเครดิตอยู่ในกระเป๋าแล้วมักจะหลงคิดไปว่า ตัวเองมีเงินอยู่ในกระเป๋า ทำให้เมื่อใช้จ่ายแล้วจะไม่คิดหน้าคิดหลัง (โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มมีบัตรเครดิตใหม่ๆ ) เมื่อเห็นของที่อยากได้ หรือเห็นสินค้า/บริการที่น่าสนใจ ก็จะรีบใช้บัตรทำการซื้อไปทันที โดยลืมนึกไปว่า มันเป็นเงินที่ทางสถาบันการเงินออกให้ก่อน จะต้องจ่ายคืนทีหลังพร้อมกับดอกเบี้ย ซึ่งการใช้งานแบบนี้เมื่อติดเป็นนิสัย ก็เสี่ยงต่อการก่อภาระหนี้ที่ไม่จำเป็นขึ้นมาได้

ประการสุดท้ายนั้นเป็นเรื่องของแต้มสะสมหรือคะแนนต่างๆ ที่สามารถที่จะยั่วใจผู้ใช้ให้ซื้อของเพื่อรับสิทธิพิเศษเหล่านั้นได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อันตรายเหมือนกัน หากว่าผู้ใช้มุ่งเน้นแต่เฉพาะเรื่องของแต้มมากเกินไป จนลืมดูว่าของที่เราซื้อมาเพื่อแลกแต้มนั้นจำเป็นจริงๆ หรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องการใช้ประโยชน์จริงๆ หรือซื้อเพื่อเอาแต้มเท่านั้น หากเป็นอย่างหลัง คุณอาจจะต้องมารับภาระหนี้ที่ไม่จำเป็นในภายหลังได้เลย

ดังนั้นสรุปแล้วแม้บัตรเครดิต จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ได้ แต่ก็ต้องระมัดระวังและใช้อย่างรู้เท่าทัน รู้ถึงข้อดีข้อเสียของมันอย่างถ่องแท้ เพื่อจะได้ไม่ต้องตกหลุมพรางของบัตรเครดิต ซึ่งจะมาพร้อมกับหนี้ก้อนใหญ่ในที่สุด

เลือกบัตรเครดิตให้เหมาะกับนิสัยและการใช้งาน ชอบกิน ชอบเที่ยว ชอบซื้อของ

บัตรเครดิต เป็นบัตรที่ใช้สำหรับการชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ โดยไม่จำเป็นจะต้องจ่ายเงินสดออกไปก่อน ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายขึ้น เพราะไม่จำเป็นต้องพกเงินทีละมากๆ อีกต่อไป อย่างไรก็ตามบัตรเครดิตที่ให้บริการในปัจจุบันก็มีหลากหลายชนิด หลายประเภทแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากว่าเราเลือกใช้ให้เหมาะสมกับนิสัย และการใช้งาน (หรือที่เรียกกันติดปากว่าไลฟ์สไตล์) แล้วล่ะก็ จะทำให้บัตรเครดิตนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดได้ไม่ยาก เราลองมาดูกันว่าไฟล์สไตล์ของคุณเป็นแบบไหน และเหมาะกับบัตรเครดิตแบบไหนกันครับ

เลือกบัตรแบบไหนให้เหมาะกับนิสัยและการใช้งาน

  1. หากคุณเป็นคนที่ชอบกิน เช่น เป็นคนที่มักจะตระเวณไปตามร้านดังๆ เพื่อลิ้มลองอาหารเลิศรสแล้วล่ะก็แนะนำให้เลือกบัตรที่มีโปรโมชั่นกับทางร้านอาหารเหล่านั้น เพราะเวลาใช้จะคุ้มค่ากว่ามาก เนื่องจากยุคนี้มีร้านดังๆ หลายร้านเริ่มที่จะออกโปรโมชั่นร่วมกับทางธนาคารเจ้าของบัตรเครดิตกันแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ใช้เองก็อย่าลืมสอบถามกับทางร้านด้วยนะครับ ว่าทางร้านมีโปรโมชั่นอะไรยังไง หากชำระด้วยบัตรเครดิต ส่วนมากก็มักจะเป็นโปรโมชั่นส่วนลด ของแถมต่างๆ นั่นเองครับ เช่น โปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์อาหารค่ำบนโรงแรมชื่อดัง มักจะมีส่วนลดให้ประมาณ 25-30% หากจ่ายผ่านบัตรเครดิต ซึ่งมักจะลดเยอะกว่าการจ่ายด้วยเงินสดพอสมควรครับ
  2. หากคุณเป็นคนที่ชอบเที่ยว หรือชอบเดินทางไปไหนมาไหนด้วยเครื่องบิน แนะนำให้สมัครบัตรเครดิตประเภทสะสมไมล์ ซึ่งเป็นบัตรเครดิตประเภทหนึ่ง ที่ผู้ใช้สามารถสะสมไมล์การเดินทาง เพื่อเอาไปแลกเป็นส่วนลดได้ โรงแรม ค่าอาหาร ของที่ระลึก ฯลฯ หรือบางครั้งก็สามารถที่จะแลกตั๋วเครื่องบินได้ทั้งใบเลยก็มี (หากสะสมได้มากพอ) โดยบัตรประเภทนี้ยังสามารถให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ถือได้อีกด้วย คือสามารถที่จะเข้าใช้เลาจน์ หรือห้องรับรองพิเศษของสายการบินได้ (แล้วแต่โปรโมชั่นของทางสายการบิน)
  3. หากคุณเป็นคนชอบ ช็อป หรือชอบซื้อของต่างๆ ผ่านการใช้บัตรเครดิต ให้เลือกบัตรที่มีโปรโมชั่นร่วมกับห้างดังๆ หรือร้านค้าต่างๆ โดยเฉพาะโปรโมชั่นที่เป็นที่นิยมอย่าง “ผ่อน 0%” หรือโปรโมชั่น “คืนเงินสด” ตลอดจนโปรของแถมต่างๆ มากมาย ที่ปัจจุบันแข่งกันออกมาเยอะแยะ ซึ่งบางทีโปรโมชั่นเหล่านี้จะมีให้กับผู้ใช้บัตรเครดิตเท่านั้น หากจ่ายผ่านเงินสดจะไม่ได้รับโปรโมชั่นดังกล่าว อย่างไรก็ตามการใช้บัตรเครดิตให้คุ้มค่าที่สุดสำหรับนักช็อป คือการใช้แล้วจ่ายคืนเต็มจำนวน ไม่เช่นนั้นจะได้รับภาระเรื่องดอกเบี้ยเพิ่มมาด้วย
  4. หากคุณเป็นคนทำธุรกิจ เลือกบัตรประเภทธุรกิจ ที่มีการออกแบบมาสำหรับการใช้งานในหน่วยธุรกิจที่ระบุเท่านั้น ข้อดีคือจะมีส่วนลด และโปรโมชั่นมากมายสำหรับผู้ทำธุรกิจที่ใช้บัตรดังกล่าว

สมัครบัตรเครดิตง่ายสุด

สมัครบัตรเครดิตง่ายสุด โปรโมชั่นดีๆ อนุมัติเร็วทันใจ สมัครบัตรเครดิต สะดวก ปลอดภัย และ ประหยัดเวลา 

สมัครออนไลน์